Mary Smile Dental Clinic

Cosmetic Dentistry (ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม)

ตัดเหงือก

Gingivectomy & Gum Contouring

บริการตัดแต่งเหงือกเพื่อปรับแนวขอบเหงือกให้ดูสมดุลกับฟันมากขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาเหงือกที่ปกคลุมตัวฟันมากเกินไป หรือแนวเหงือกที่ไม่สม่ำเสมอในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม โดยทันตแพทย์จะประเมินสภาพเหงือก รูปร่างฟัน และสุขภาพช่องปากก่อนเลือกวิธีการรักษา

ตัดเหงือก

บริการนี้เหมาะกับใคร

- ผู้ที่มีเหงือกปกคลุมตัวฟันมาก ทำให้ฟันดูสั้น - ผู้ที่มีแนวขอบเหงือกไม่สม่ำเสมอและต้องการปรับรูปทรงรอยยิ้ม - ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนระหว่างฟันกับเหงือกเพื่อความสวยงาม - ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเหงือกมากเกินไปและทันตแพทย์ประเมินแล้วว่ามีข้อบ่งชี้ในการรักษา - ผู้ที่มีสุขภาพเหงือกและช่องปากเหมาะสมต่อการทำหัตถการ

รายละเอียดบริการ

การตัดแต่งเหงือก (Gum Contouring) เป็นหัตถการทางทันตกรรมที่ช่วยปรับรูปร่างหรือแนวขอบเหงือกให้เหมาะสมกับสัดส่วนของฟันและรอยยิ้ม โดยอาจใช้วิธีตัดแต่งเนื้อเยื่อเหงือก หรือทำร่วมกับการปรับแต่งกระดูกบริเวณรอบฟันในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและลักษณะของเหงือกแต่ละบุคคล การรักษานี้อาจช่วยให้ฟันดูยาวขึ้นและแนวเหงือกดูสม่ำเสมอขึ้นในผู้ที่มีเหงือกปกคลุมตัวฟันมาก หรือมีแนวเหงือกไม่สมดุล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยิ้มแล้วเห็นเหงือกมาก (Gummy Smile) อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งฟัน การเจริญเติบโตของขากรรไกร หรือการทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปาก จึงไม่ใช่ทุกกรณีที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดเหงือกเพียงอย่างเดียว ทันตแพทย์จะตรวจประเมินสภาพเหงือก ความยาวของฟัน และตำแหน่งกระดูกที่รองรับฟัน เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่นหรือปัญหาอื่น ๆ ในอนาคต

ขั้นตอนการรักษา

ตรวจประเมินและวางแผน : ทันตแพทย์ตรวจฟัน เหงือก และแนวรอยยิ้ม เพื่อหาสาเหตุและกำหนดขอบเขตการตัดแต่งที่เหมาะสม อาจพิจารณาถ่ายภาพรังสีในกรณีที่จำเป็น เตรียมบริเวณรักษา : ทำความสะอาดบริเวณที่จะรักษา และใช้ยาชาเฉพาะที่ตามความเหมาะสม ตัดแต่งเหงือก : ปรับรูปร่างและแนวขอบเหงือกตามแผนการรักษา โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเนื้อเยื่อและสภาพฟัน ห้ามเลือดและเย็บแผล : ควบคุมเลือดและเย็บแผลหากจำเป็น ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ติดตามผล : นัดตรวจการหายของแผลและประเมินแนวเหงือกหลังการรักษา พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลช่องปาก

ระยะเวลาโดยประมาณ

ประมาณ 30–60 นาทีในกรณีที่ไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนฟันของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัว

- เข้ารับการตรวจฟันและเหงือกก่อนทำหัตถการ - แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด - หากมีเหงือกบวม แดง เลือดออกง่าย หรือมีโรคปริทันต์ ควรให้ทันตแพทย์ประเมินและรักษาก่อน - แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับบริการ - รับประทานยาเดิมตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่หยุดยาเองก่อนทำหัตถการ

การดูแลหลังรักษา

- ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด - รับประทานอาหารนุ่มและไม่ร้อนจัดในช่วงแรก หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เผ็ดจัด หรืออาหารที่อาจระคายเคืองแผล - แปรงฟันอย่างเบามือและระมัดระวังบริเวณที่ทำหัตถการ - ใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาที่ได้รับตามคำแนะนำ ไม่ใช้น้ำยาหรือผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น - หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างพักฟื้น เพราะอาจรบกวนการหายของแผล - เข้ารับการตรวจติดตามตามนัด โดยเฉพาะกรณีที่มีการเย็บแผล - หากมีเลือดออกไม่หยุด ปวดหรือบวมมากขึ้น มีไข้ หรือมีหนอง ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับการประเมิน

รายละเอียดค่าบริการ

ตัดเหงือก 1 ตำแหน่ง

500 บาท – 1,000 บาท / ซี่

ตัดเหงือก เพื่อยกแนวเหงือกให้สวยงาม

1,000 บาท – 1,500 บาท / ซี่

ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ตัดเหงือกเจ็บไหม?

ระหว่างทำหัตถการจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ตามความเหมาะสม จึงช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างทำได้ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการเจ็บ ตึง หรือบวมเล็กน้อยชั่วคราว

ตัดเหงือกช่วยแก้ปัญหายิ้มเห็นเหงือกเยอะได้ไหม?

อาจช่วยได้ในกรณีที่สาเหตุเกิดจากเหงือกปกคลุมตัวฟันมากเกินไป แต่หากเกิดจากตำแหน่งขากรรไกร ฟัน หรือการทำงานของริมฝีปาก อาจต้องพิจารณาวิธีรักษาอื่นร่วมด้วย

หลังตัดเหงือกต้องพักฟื้นกี่วัน?

อาการเจ็บและบวมเบื้องต้นมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในหลายวันถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ แต่เนื้อเยื่อเหงือกอาจใช้เวลานานกว่านั้นในการเข้าที่อย่างสมบูรณ์

ตัดเหงือกมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

อาจเกิดอาการเจ็บ บวม เลือดออก การติดเชื้อ หรืออาการเสียวฟันได้ในบางกรณี หากตัดแต่งมากเกินไปอาจทำให้เหงือกร่นและกระทบต่อเนื้อเยื่อรองรับฟัน จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยทันตแพทย์

หลังตัดเหงือกสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติไหม?

ควรเริ่มจากอาหารนุ่มและหลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด แข็ง กรอบ หรือระคายเคืองบริเวณแผลในช่วงแรก แล้วค่อยกลับไปรับประทานอาหารตามปกติเมื่ออาการดีขึ้นและเป็นไปตามคำแนะนำของทันตแพทย์