Mary Smile Dental Clinic

Cosmetic Dentistry (ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม)

ฟอกสีฟัน

Teeth Whitening

บริการฟอกสีฟันเพื่อช่วยลดคราบสีและปรับเฉดสีฟันให้ดูขาวสว่างขึ้น ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพฟันและสุขภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยทันตแพทย์จะประเมินสาเหตุของสีฟันและให้คำแนะนำก่อนเริ่มการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย

ฟอกสีฟัน

บริการนี้เหมาะกับใคร

- ผู้ที่ต้องการให้สีฟันดูขาวสว่างขึ้น - ผู้ที่มีฟันเหลืองจากอายุหรือการเปลี่ยนแปลงของสีฟันตามธรรมชาติ - ผู้ที่มีสีฟันเปลี่ยนจากการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ - ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการยิ้มและบุคลิกภาพ - ผู้ที่มีสุขภาพฟันและเหงือกเหมาะสมกับการฟอกสีฟัน หลังผ่านการตรวจจากทันตแพทย์ ข้อควรทราบ: ฟันที่เปลี่ยนสีจากการบาดเจ็บ การใช้ยาบางชนิด หรือมีวัสดุอุดฟัน ครอบฟัน และวีเนียร์ อาจตอบสนองต่อการฟอกสีฟันแตกต่างจากฟันธรรมชาติ วัสดุบูรณะจะไม่เปลี่ยนสีตามการฟอกสีฟัน

รายละเอียดบริการ

การฟอกสีฟัน (Teeth Whitening) เป็นวิธีทางทันตกรรมเพื่อความสวยงามที่ช่วยให้สีฟันดูสว่างขึ้น โดยใช้สารฟอกสีฟัน เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) เพื่อช่วยลดเม็ดสีที่ทำให้ฟันมีสีเข้มขึ้น สีฟันของแต่ละคนแตกต่างกันตามธรรมชาติ รวมถึงอาจเปลี่ยนแปลงจากอายุ อาหาร เครื่องดื่มที่มีสี เช่น ชา กาแฟ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ การฟอกสีฟันอาจช่วยลดความเหลืองหรือคราบสีบางประเภทได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุของสีฟันและสภาพฟันของแต่ละบุคคล การฟอกสีฟันมีหลายรูปแบบ เช่น การฟอกสีฟันในคลินิกโดยทันตแพทย์ และการฟอกสีฟันที่บ้านด้วยอุปกรณ์และสารฟอกสีฟันที่ทันตแพทย์จัดให้ ควรตรวจสุขภาพช่องปากก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีอาการเสียวฟันอยู่เดิม

ขั้นตอนการรักษา

ตรวจสุขภาพช่องปาก : ทันตแพทย์ตรวจฟัน เหงือก และประเมินสาเหตุของสีฟัน รวมถึงตรวจหาฟันผุหรือปัญหาที่ควรรักษาก่อน เลือกวิธีฟอกสีฟัน : พิจารณาจากเฉดสีฟันเดิม สุขภาพช่องปาก ความต้องการ และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เตรียมฟันและเหงือก : ในกรณีฟอกสีฟันที่คลินิก จะมีการปกป้องเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนตามขั้นตอนการรักษา ฟอกสีฟัน : ใช้สารฟอกสีฟันตามชนิดและความเข้มข้นที่เหมาะสม โดยปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด ประเมินผลหลังทำ : ตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของเฉดสีฟัน พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการดูแลและลดโอกาสเกิดอาการเสียวฟัน

ระยะเวลาโดยประมาณ

โดยประมาณ 45–90 นาทีต่อครั้ง

การเตรียมตัว

- ตรวจสุขภาพฟันและเหงือกก่อนฟอกสีฟัน - แจ้งทันตแพทย์หากมีอาการเสียวฟัน ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณฟัน - แจ้งประวัติการแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทันตแพทย์พิจารณาความเหมาะสม - หากมีหินปูนหรือคราบสะสม ควรให้ทันตแพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องขูดหินปูนหรือทำความสะอาดฟันก่อนหรือไม่ - หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันหลายชนิดร่วมกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์

การดูแลหลังรักษา

- แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอ - หากมีอาการเสียวฟันชั่วคราว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ และอาจใช้ยาสีฟันสำหรับผู้มีอาการเสียวฟันตามความเหมาะสม - ลดการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มที่มีสีเข้มเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสเกิดคราบสีสะสม - หลีกเลี่ยงการฟอกสีฟันซ้ำบ่อยเกินไปหรือใช้สารฟอกสีฟันเกินคำแนะนำ - หากมีอาการปวดมาก เหงือกระคายเคืองรุนแรง หรืออาการเสียวฟันไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับการประเมิน

รายละเอียดค่าบริการ

ฟอกสีฟันที่คลินิก วันธรรมดา

ราคาเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์

เริ่มต้น 3,999 บาท

ฟอกสีฟันที่คลินิก วันเสาร์-อาทิตย์

เริ่มต้น 4,999 บาท

กรุณาสอบถาม

ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ฟอกสีฟันช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้จริงไหม?

การฟอกสีฟันสามารถช่วยให้ฟันธรรมชาติสว่างขึ้นได้ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสีฟันเดิม สาเหตุของการเปลี่ยนสี และวิธีฟอกสีฟันที่เลือก

ฟอกสีฟันใช้เวลานานแค่ไหน?

การฟอกสีฟันที่คลินิกมักใช้เวลาประมาณ 45–90 นาทีต่อครั้ง ส่วนการฟอกสีฟันที่บ้านอาจต้องทำต่อเนื่องหลายวันถึงหลายสัปดาห์ตามแผนการรักษา

ฟอกสีฟันอยู่ได้นานเท่าไร?

ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้หลายเดือนถึงประมาณ 1–3 ปีในบางคน แต่แตกต่างกันตามพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ สุขอนามัยช่องปาก และสีฟันเดิม

ใครไม่ควรฟอกสีฟัน?

ผู้ที่มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ยังไม่ได้รับการรักษาควรแก้ไขปัญหาก่อน ส่วนเด็กและวัยรุ่น รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มฟอกสีฟัน

ฟอกสีฟันแล้วจะเสียวฟันไหม?

อาจมีอาการเสียวฟันชั่วคราวได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเสียวฟันอยู่เดิม ทันตแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและแนะนำวิธีลดอาการตามความเหมาะสม