บริการนี้เหมาะกับใคร
ทันตแพทย์อาจพิจารณาผ่าฟันคุดในกรณี เช่น
- ฟันคุดทำให้เกิดอาการปวดหรือบวม
- มีเหงือกบริเวณรอบฟันคุดอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำ
- ฟันคุดขึ้นเพียงบางส่วน ทำให้ทำความสะอาดได้ยาก
- ฟันคุดหรือฟันซี่ข้างเคียงเกิดฟันผุ
- ฟันคุดมีผลกระทบต่อฟันข้างเคียง
- มีถุงน้ำหรือพยาธิสภาพที่สัมพันธ์กับฟันคุด
- มีข้อบ่งชี้ในการนำฟันคุดออกเพื่อประกอบแผนการรักษาทางทันตกรรมอื่น
- ทันตแพทย์ประเมินแล้วว่าการเก็บฟันคุดไว้อาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาในอนาคตที่สมควรพิจารณารักษา
ฟันคุดไม่จำเป็นต้องผ่าทุกซี่ หากไม่มีอาการ ไม่มีพยาธิสภาพ และความเสี่ยงจากการผ่าตัดมากกว่าประโยชน์ ทันตแพทย์อาจพิจารณาติดตามอาการและตรวจเป็นระยะแทน
รายละเอียดบริการ
ฟันคุด (Impacted Tooth) คือฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติ อาจถูกปกคลุมด้วยเหงือกหรือกระดูกทั้งหมด หรือโผล่ขึ้นมาเพียงบางส่วน โดยพบได้บ่อยบริเวณฟันกรามซี่สุดท้าย หรือที่เรียกว่า ฟันกรามซี่ที่สาม (Third Molar / Wisdom Tooth)
ฟันคุดบางซี่อาจไม่ก่อให้เกิดอาการและไม่จำเป็นต้องผ่าทุกราย อย่างไรก็ตาม หากฟันคุดก่อให้เกิดปัญหา เช่น เหงือกอักเสบซ้ำ ๆ ปวด บวม ติดเชื้อ ฟันข้างเคียงผุ มีพยาธิสภาพรอบฟัน หรือมีข้อบ่งชี้อื่น ทันตแพทย์อาจพิจารณานำฟันคุดออก
ก่อนการรักษา ทันตแพทย์จะตรวจในช่องปากและประเมินภาพเอกซเรย์ เพื่อพิจารณาตำแหน่งและทิศทางของฟันคุด ลักษณะของรากฟัน ความลึกในกระดูก รวมถึงความสัมพันธ์กับโครงสร้างสำคัญ เช่น เส้นประสาทบริเวณขากรรไกรล่าง
การผ่าฟันคุดโดยทั่วไปทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ทันตแพทย์อาจเปิดเหงือก กรอกระดูกบางส่วน หรือแบ่งฟันออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้นำฟันออกได้อย่างเหมาะสม จากนั้นทำความสะอาดบริเวณแผลและเย็บแผลตามความจำเป็น
ขั้นตอนการรักษา
ตรวจและประเมินฟันคุด:
ทันตแพทย์ซักประวัติสุขภาพ ตรวจในช่องปาก และประเมินอาการหรือปัญหาที่เกิดจากฟันคุด
ถ่ายภาพเอกซเรย์:
ประเมินตำแหน่งของฟันคุด รูปร่างและตำแหน่งรากฟัน ระดับกระดูก และความสัมพันธ์กับฟันหรือโครงสร้างสำคัญบริเวณใกล้เคียง ในบางกรณีที่ซับซ้อนอาจต้องใช้ภาพถ่ายสามมิติ
ให้ยาชาเฉพาะที่:
ทันตแพทย์ให้ยาชาบริเวณที่จะผ่าตัด ระหว่างทำอาจรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงขยับ แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บแหลมเมื่อยาชาออกฤทธิ์เพียงพอ
เปิดทางเพื่อนำฟันคุดออก:
อาจมีการเปิดเหงือก กรอกระดูกที่ปกคลุมฟันบางส่วน และ/หรือแบ่งตัวฟันออกเป็นชิ้นตามตำแหน่งและความซับซ้อน
นำฟันคุดออกและทำความสะอาดแผล:
ทันตแพทย์นำฟันออก ตรวจและทำความสะอาดบริเวณเบ้าฟันตามความเหมาะสม
เย็บแผลและห้ามเลือด:
อาจเย็บแผลเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่ออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นให้กัดผ้าก๊อซเพื่อช่วยห้ามเลือด
นัดติดตามผล:
ทันตแพทย์อาจนัดตรวจแผลหรือตัดไหมตามชนิดของไหมและลักษณะการรักษา
ระยะเวลาโดยประมาณ
ประมาณ 30–60 นาทีต่อซี่ ระยะเวลาแตกต่างกันตามตำแหน่งและความลึกของฟันคุด ทิศทางของฟัน รูปร่างของรากฟัน ปริมาณกระดูกที่ปกคลุม และความสัมพันธ์กับโครงสร้างสำคัญ
การเตรียมตัว
ควรแจ้งทันตแพทย์เกี่ยวกับ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ และประวัติการรักษาทางการแพทย์ที่สำคัญ
ควรให้ข้อมูลเป็นพิเศษหากมีโรคหรือการใช้ยา เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภาวะเลือดออกผิดปกติ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อกระดูก
ไม่ควรหยุดยาประจำเอง โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ควรให้ทันตแพทย์และแพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้ประเมิน
หากผ่าตัดภายใต้ยาชาเฉพาะที่เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องงดอาหาร แต่หากมีการใช้ยากล่อมประสาทหรือวิธีระงับความรู้สึกอื่น ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของสถานพยาบาล
ควรวางแผนกิจกรรมหลังการรักษาให้เหมาะสม โดยเฉพาะในเคสที่คาดว่าจะมีอาการบวม หรือเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน
การดูแลหลังรักษา
- กัดผ้าก๊อซตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำเพื่อช่วยห้ามเลือด
- หลีกเลี่ยงการบ้วนปากแรง ๆ การดูดแผล และการใช้หลอดในช่วงแรก เพื่อไม่ให้รบกวนลิ่มเลือด
- ประคบเย็นบริเวณภายนอกตามคำแนะนำของทันตแพทย์ในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวม
- เลือกรับประทานอาหารอ่อนและไม่ร้อนจัดในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ หรืออาหารที่อาจเข้าไปติดบริเวณแผล
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหายของแผลผิดปกติและ Dry Socket
- ทำความสะอาดฟันบริเวณอื่นได้ตามปกติ แต่ควรระมัดระวังบริเวณแผล
- รับประทานยาแก้ปวดและยาอื่นตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
- มาตรวจแผลหรือตัดไหมตามนัด หากมีการนัดหมาย
หลังผ่าฟันคุดสามารถมีอาการ ปวด บวม อ้าปากได้ลดลง หรือมีเลือดซึมเล็กน้อย ได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก และอาการบวมอาจเพิ่มขึ้นในช่วง 2–3 วันแรกก่อนค่อย ๆ ลดลง
หากมี เลือดออกมากหรือไม่หยุด ปวดรุนแรงขึ้นหลังผ่านไปหลายวัน บวมมากขึ้นผิดปกติ มีไข้ มีหนอง กลืนหรือหายใจลำบาก หรือมีอาการชาบริเวณริมฝีปาก คาง หรือลิ้นที่ผิดปกติ/น่ากังวล ควรติดต่อคลินิกหรือกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อประเมิน
รายละเอียดค่าบริการ
2,500 บาท – 4,500 บาท
ไม่รวมค่าเอ๊กซเรย์ (X-ray)
ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์