บริการนี้เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีฟันหน้าบิ่นหรือขอบฟันไม่เรียบเล็กน้อย
- ผู้ที่มีฟันบางซี่ดูสั้นหรือเล็กกว่าซี่ข้างเคียง และสามารถปรับรูปทรงด้วยวัสดุอุดได้
- ผู้ที่มีช่องว่างระหว่างฟันขนาดเล็ก ซึ่งทันตแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถแก้ไขด้วยการเติมวัสดุได้
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างฟันบางส่วนให้ดูสมดุลขึ้น โดยไม่ต้องทำวีเนียร์หรือครอบฟันในกรณีที่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้การบูรณะดังกล่าว
ข้อควรทราบ: หากช่องว่างระหว่างฟันกว้าง ฟันเรียงตัวผิดปกติมาก หรือมีปัญหาการสบฟัน อาจต้องพิจารณาการจัดฟันหรือวิธีรักษาอื่นแทน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและไม่ทำให้ฟันดูใหญ่เกินไป
รายละเอียดบริการ
การอุดฟันเพื่อปรับรูปร่างฟัน หรือ Dental Bonding เป็นการใช้วัสดุเรซินคอมโพสิตสีเหมือนฟันเติมแต่งบริเวณผิวฟัน เพื่อปรับรูปทรง ความยาว หรือความกว้างของฟันบางส่วนให้ดูสมดุลขึ้น โดยมักใช้ในกรณีที่ต้องการแก้ไขความผิดปกติเล็กน้อย โดยไม่จำเป็นต้องกรอฟันมากเหมือนการบูรณะบางประเภท
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพฟันเดิม ตำแหน่งฟัน การสบฟัน และปริมาณวัสดุที่ต้องเติม ทั้งนี้ วัสดุอาจเกิดการเปลี่ยนสี สึก หรือบิ่นได้เมื่อใช้งาน จึงควรดูแลสุขภาพช่องปากและเข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ขั้นตอนการรักษา
- ตรวจและประเมินฟัน: ทันตแพทย์ตรวจรูปร่างฟัน สีฟัน เหงือก และการสบฟัน เพื่อวางแผนการปรับแต่ง
- เลือกสีวัสดุ: เลือกสีเรซินคอมโพสิตให้ใกล้เคียงกับสีฟันธรรมชาติ
- เตรียมผิวฟัน: ทำความสะอาดและเตรียมผิวฟันตามขั้นตอนการยึดติดวัสดุ บางกรณีอาจต้องปรับแต่งผิวฟันเล็กน้อย
- เติมวัสดุและขึ้นรูป: ทันตแพทย์เติมวัสดุทีละส่วนและปรับรูปร่างให้เหมาะสมกับฟันซี่ข้างเคียง
- ฉายแสงและขัดแต่ง: ใช้แสงเพื่อทำให้วัสดุแข็งตัว จากนั้นขัดให้เรียบและตรวจสอบการสบฟัน
ระยะเวลาโดยประมาณ
ประมาณ 30–60 นาทีต่อซี่ในกรณีทั่วไป
การเตรียมตัว
- แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับบริการ
- แจ้งทันตแพทย์หากมีอาการเสียวฟัน ปวดฟัน เหงือกอักเสบ หรือมีประวัติแพ้วัสดุทางทันตกรรม
- แจ้งความต้องการเกี่ยวกับรูปร่างฟัน เช่น ต้องการปรับความยาว ความกว้าง หรือปิดช่องว่าง เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินความเป็นไปได้
- หากมีภาพตัวอย่างรอยยิ้มที่ชอบ สามารถนำมาให้ทันตแพทย์ดูเพื่อใช้ประกอบการพูดคุยได้
การดูแลหลังรักษา
- แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงการกัดของแข็งโดยตรงด้วยฟันที่ได้รับการปรับแต่ง เช่น น้ำแข็งหรือเปลือกถั่ว
- ลดการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสีเข้มบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสเกิดคราบสีบนวัสดุ
- ไม่ใช้ฟันกัดเล็บ กัดปากกา หรือเปิดบรรจุภัณฑ์
- หากรู้สึกว่าวัสดุคม หลุด บิ่น หรือสบฟันแล้วรู้สึกสูงผิดปกติ ควรกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อปรับแก้
- เข้ารับการตรวจฟันตามกำหนด เพื่อประเมินสภาพวัสดุและสุขภาพช่องปาก
รายละเอียดค่าบริการ
2,000 บาท – 2,500 บาท
ราคาขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละบุคคล ตามการประเมินของทันตแพทย์
ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์