Mary Smile Dental Clinic

ทันตกรรมทั่วไป (General Dentistry) / ศัลยกรรมช่องปาก (Oral Surgery)

ถอนฟัน

Tooth Extraction

การถอนฟันเป็นการนำฟันที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ หรือมีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องนำออกจากช่องปาก โดยทันตแพทย์จะตรวจประเมินสภาพฟัน เหงือก และกระดูกรอบฟันก่อนการรักษา และอาจพิจารณาภาพเอกซเรย์ตามความเหมาะสม

ถอนฟัน

บริการนี้เหมาะกับใคร

การถอนฟันอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะ เช่น - ฟันผุรุนแรงจนไม่สามารถบูรณะด้วยการอุดฟัน ครอบฟัน หรือการรักษาอื่นได้ - ฟันแตกหรือร้าวลึกจนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ - ฟันโยกมากจากโรคปริทันต์และสูญเสียเนื้อเยื่อรองรับฟันอย่างรุนแรง - ฟันหรือบริเวณรอบรากฟันมีการติดเชื้อ และทันตแพทย์ประเมินว่าไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะเก็บฟันไว้ - ฟันที่ต้องถอนเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการจัดฟันในบางแผนการรักษา - ฟันน้ำนมที่ไม่หลุดตามช่วงเวลาที่เหมาะสมและรบกวนการขึ้นของฟันแท้ - ฟันหรือรากฟันที่มีพยาธิสภาพและมีข้อบ่งชี้ให้ถอน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ฟันที่มีปัญหาทุกซี่จำเป็นต้องถอน หากยังสามารถเก็บรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้ ทันตแพทย์อาจเสนอทางเลือกอื่น เช่น อุดฟัน รักษารากฟัน ครอบฟัน หรือรักษาโรคปริทันต์ โดยขึ้นอยู่กับสภาพฟันและการพยากรณ์โรคของแต่ละบุคคล

รายละเอียดบริการ

การถอนฟันเป็นหัตถการทางทันตกรรมที่ใช้ในกรณีที่ทันตแพทย์ประเมินแล้วว่าฟันซี่นั้นมีข้อบ่งชี้ในการถอน เช่น ฟันผุเสียหายมากจนไม่สามารถบูรณะได้ ฟันแตกหรือร้าวในระดับที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ โรคปริทันต์รุนแรงจนฟันโยกมาก การติดเชื้อที่ไม่สามารถรักษาฟันด้วยวิธีอื่นได้ หรือจำเป็นต้องถอนฟันบางซี่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดฟัน ก่อนถอนฟัน ทันตแพทย์จะซักประวัติ ตรวจในช่องปาก และอาจถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อประเมินรูปร่างและตำแหน่งของรากฟัน รวมถึงโครงสร้างข้างเคียง จากนั้นจะให้ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำหัตถการ เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา ในกรณีที่ฟันมีความซับซ้อน เช่น รากฟันมีรูปร่างผิดปกติ ฟันแตกเหลือเฉพาะราก หรืออยู่ในตำแหน่งที่นำออกได้ยาก อาจจำเป็นต้องใช้วิธีถอนแบบซับซ้อนหรือการผ่าตัด ซึ่งทันตแพทย์จะประเมินเป็นรายกรณี

ขั้นตอนการรักษา

ตรวจและประเมิน: ทันตแพทย์ซักประวัติสุขภาพ ตรวจฟัน เหงือก และเนื้อเยื่อรอบข้าง รวมถึงประเมินว่าฟันสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นก่อนการถอนหรือไม่ ถ่ายภาพเอกซเรย์ตามข้อบ่งชี้: ในบางกรณี ทันตแพทย์อาจถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อประเมินรากฟัน กระดูกรอบฟัน และโครงสร้างสำคัญบริเวณใกล้เคียง ฉีดยาชาเฉพาะที่: ให้ยาชาบริเวณฟันและเนื้อเยื่อรอบฟันก่อนเริ่มหัตถการ ผู้ป่วยอาจยังรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงขยับระหว่างถอนฟันได้ แต่โดยทั่วไปไม่ควรรู้สึกเจ็บแหลมในบริเวณที่ยาชาออกฤทธิ์เพียงพอ ถอนฟัน: ทันตแพทย์ใช้เครื่องมือเพื่อขยับฟันและนำฟันออกจากเบ้าฟัน เทคนิคที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง รูปร่างของฟันและรากฟัน ตรวจแผลและห้ามเลือด: หลังนำฟันออก ทันตแพทย์จะตรวจบริเวณแผลและให้ผู้ป่วยกัดผ้าก๊อซเพื่อช่วยห้ามเลือด บางกรณีอาจจำเป็นต้องเย็บแผล รับคำแนะนำหลังการรักษา: ทันตแพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะแนะนำการดูแลแผล การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดช่องปาก และการใช้ยาตามข้อบ่งชี้

ระยะเวลาโดยประมาณ

ประมาณ 15–60 นาทีต่อซี่/ครั้ง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน จำนวนฟัน ลักษณะและจำนวนรากฟัน สภาพของฟัน รวมถึงความซับซ้อนของการถอน

การเตรียมตัว

ก่อนถอนฟันควรแจ้งทันตแพทย์เกี่ยวกับ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการรักษาทางการแพทย์ที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด มีโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือได้รับยาที่มีผลต่อกระดูก ไม่ควรหยุดยาประจำเอง รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือแพทย์ผู้ดูแล หากเป็นการถอนฟันภายใต้ยาชาเฉพาะที่ทั่วไป โดยปกติไม่จำเป็นต้องงดอาหาร แต่ควรรับประทานอาหารตามปกติหรือมื้อเบาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หากมีแผนใช้ยากล่อมประสาทหรือการระงับความรู้สึกด้วยวิธีอื่น จะมีคำแนะนำเรื่องอาหารและน้ำแตกต่างออกไป

การดูแลหลังรักษา

หลังถอนฟันควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปประกอบด้วย - กัดผ้าก๊อซตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำเพื่อช่วยห้ามเลือด - ในช่วงแรกหลีกเลี่ยงการบ้วนปากแรง ๆ การดูดแผล หรือการใช้หลอด เพราะอาจรบกวนลิ่มเลือดบริเวณแผล - หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการหายของแผลผิดปกติและภาวะเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket) - หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง ร้อนจัด หรืออาหารที่อาจกระทบบริเวณแผลในช่วงแรก - เลือกรับประทานอาหารอ่อนและเคี้ยวอีกด้านของช่องปากในช่วงแรกตามความเหมาะสม - สามารถทำความสะอาดฟันซี่อื่นได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนแผลโดยตรงในช่วงแรก - รับประทานยาแก้ปวดหรือยาอื่นตามที่ทันตแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง อาการปวด บวม หรือมีเลือดซึมเล็กน้อยสามารถพบได้หลังถอนฟัน อย่างไรก็ตาม หากมี เลือดออกมากหรือไม่หยุด ปวดรุนแรงขึ้นหลังผ่านไปหลายวัน บวมมากขึ้น มีไข้ มีหนอง กลืนหรือหายใจลำบาก ควรติดต่อคลินิกหรือเข้ารับการประเมินโดยเร็ว

รายละเอียดค่าบริการ

ถอนฟันน้ำนม

กรณีเพิ่มยาชาในการรักษา มีค่าใช้จ่ายหลอดละ 100 บาท

800 บาท – 1,000 บาท / ซี่

ถอนฟันแท้

กรณีเพิ่มยาชาในการรักษา มีค่าใช้จ่ายหลอดละ 100 บาท

900 บาท – 1,500 บาท / ซี่

ถอนฟันอย่างยาก

กรณีเพิ่มยาชาในการรักษา มีค่าใช้จ่ายหลอดละ 100 บาท

1,000 บาท – 2,000 บาท / ซี่

ถอนฟันคุด

กรณีเพิ่มยาชาในการรักษา มีค่าใช้จ่ายหลอดละ 100 บาท

1,500 บาท – 2,500 บาท / ซี่

กรุณาสอบถาม

ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ถอนฟันเจ็บไหม?

ก่อนถอนฟัน ทันตแพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะรักษา ระหว่างถอนอาจรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงขยับได้ แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บแหลมเมื่อยาชาออกฤทธิ์เพียงพอ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดหรือระบมได้ ซึ่งระดับอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ถอนฟันแล้วเลือดจะหยุดเมื่อไหร่?

หลังถอนฟันอาจมีเลือดซึมจากแผลได้ในช่วงแรก การกัดผ้าก๊อซตามคำแนะนำช่วยให้เกิดลิ่มเลือดและช่วยห้ามเลือด หากมีเลือดออกมากต่อเนื่องหรือไม่สามารถควบคุมได้ ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับคำแนะนำ

หลังถอนฟันกินข้าวได้เมื่อไหร่?

ควรรอจนเลือดหยุดและระมัดระวังขณะที่ยาชายังไม่หมดฤทธิ์ เพื่อป้องกันการกัดริมฝีปาก แก้ม หรือลิ้นโดยไม่รู้ตัว ช่วงแรกควรเลือกอาหารอ่อน ไม่ร้อนจัด และหลีกเลี่ยงการเคี้ยวบริเวณแผล

หลังถอนฟันแปรงฟันได้ไหม?

สามารถทำความสะอาดฟันบริเวณอื่นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการแปรงหรือกระทบแผลโดยตรงในช่วงแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์เกี่ยวกับการดูแลแผล

ถอนฟันแล้วต้องกินยาปฏิชีวนะทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น ผู้ป่วยที่ถอนฟันไม่ได้จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะทุกราย ทันตแพทย์จะพิจารณาตามการติดเชื้อ สภาพร่างกาย ความเสี่ยง และข้อบ่งชี้ของแต่ละบุคคล