บริการนี้เหมาะกับใคร
- ผู้ที่เพิ่งถอดเครื่องมือจัดฟันและต้องการคงตำแหน่งฟัน
- ผู้ที่จัดฟันเสร็จแล้วและต้องการดูแลผลการรักษาในระยะยาว
- ผู้ที่มีรีเทนเนอร์เดิมชำรุด แตก หัก หรือสูญหาย และต้องการประเมินเพื่อทำชิ้นใหม่
- ผู้ที่มีรีเทนเนอร์เดิมไม่พอดีกับฟัน และต้องการตรวจหาสาเหตุ
- ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนชนิดของรีเทนเนอร์ โดยให้ทันตแพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อน
รายละเอียดบริการ
รีเทนเนอร์ (Retainer) คือเครื่องมือทางทันตกรรมที่ใช้ช่วยคงตำแหน่งฟันหลังการจัดฟัน เพื่อช่วยลดโอกาสที่ฟันจะเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิมหรือเกิดการเรียงตัวเปลี่ยนแปลงหลังสิ้นสุดการรักษา
หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน ฟันและเนื้อเยื่อรอบฟันยังมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ การใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผลการจัดฟันในระยะยาว
รีเทนเนอร์มีหลายชนิด โดยชนิดที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่
- รีเทนเนอร์แบบถอดได้ชนิดลวด (Hawley Retainer): ประกอบด้วยส่วนฐานและลวดที่ช่วยประคองตำแหน่งฟัน สามารถถอดทำความสะอาดได้
- รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer): ทำจากวัสดุใสที่ขึ้นรูปให้พอดีกับแนวฟัน สามารถถอดออกได้และมีลักษณะไม่เด่นชัดเมื่อสวมใส่
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer): เป็นลวดขนาดเล็กที่ยึดติดกับด้านในของฟันบางซี่ โดยมักใช้ในบริเวณฟันหน้า ต้องดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ
การเลือกชนิดรีเทนเนอร์ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน ผลการจัดฟัน ความเสี่ยงที่ฟันจะเคลื่อนกลับ ความสามารถในการดูแลรักษาความสะอาด และความเหมาะสมของผู้รับบริการแต่ละราย
ขั้นตอนการรักษา
ขั้นตอนที่ 1 — ตรวจประเมินสภาพฟัน
ทันตแพทย์ตรวจตำแหน่งฟัน การสบฟัน และสภาพช่องปาก เพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำรีเทนเนอร์
ขั้นตอนที่ 2 — เลือกชนิดรีเทนเนอร์
ทันตแพทย์อธิบายข้อดี ข้อจำกัด และวิธีดูแลรีเทนเนอร์แต่ละชนิด เพื่อเลือกแบบที่เหมาะสมกับสภาพฟันและการใช้งาน
ขั้นตอนที่ 3 — เก็บข้อมูลแนวฟัน
อาจใช้การพิมพ์ปากหรือสแกนฟันดิจิทัล เพื่อบันทึกรูปร่างและตำแหน่งฟันสำหรับผลิตรีเทนเนอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือและระบบที่คลินิกใช้
ขั้นตอนที่ 4 — ผลิตรีเทนเนอร์
นำข้อมูลแนวฟันไปใช้ในการผลิตรีเทนเนอร์ตามชนิดที่เลือก โดยระยะเวลาผลิตขึ้นอยู่กับกระบวนการของคลินิกและห้องปฏิบัติการ
ขั้นตอนที่ 5 — ทดลองใส่และตรวจความพอดี
ทันตแพทย์ตรวจสอบความพอดี ความแน่น การสวมใส่ และความสบาย พร้อมปรับแก้หากจำเป็นตามชนิดของรีเทนเนอร์
ขั้นตอนที่ 6 — แนะนำวิธีใช้งานและดูแลรักษา
ผู้รับบริการได้รับคำแนะนำเรื่องระยะเวลาใส่ การถอดและใส่ การทำความสะอาด การเก็บรักษา และการนัดตรวจติดตาม
ระยะเวลาโดยประมาณ
ตรวจประเมินและเก็บข้อมูลฟัน / ทดลองใส่และตรวจความพอดี : ประมาณ 15–30 นาที
การเตรียมตัว
- แจ้งประวัติการจัดฟันและนำรีเทนเนอร์เดิมมาด้วย หากมี
- แจ้งทันตแพทย์หากรู้สึกว่าฟันเคลื่อน รีเทนเนอร์ใส่ไม่พอดี หรือมีอาการเจ็บขณะใส่
- ทำความสะอาดฟันและช่องปากก่อนเข้ารับบริการ
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกี่ยวข้อง
- หากมีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องประเมินหรือรักษาก่อนทำรีเทนเนอร์
การดูแลหลังรักษา
- ใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด ไม่ควรลดระยะเวลาการใส่เอง
- ถอดรีเทนเนอร์แบบถอดได้ก่อนรับประทานอาหาร เว้นแต่ทันตแพทย์จะแนะนำเป็นอย่างอื่นสำหรับเครื่องมือชนิดนั้น
- ทำความสะอาดรีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีที่เหมาะกับวัสดุ โดยหลีกเลี่ยงน้ำร้อนที่อาจทำให้รีเทนเนอร์เสียรูป
- เก็บรีเทนเนอร์ในกล่องเมื่อถอดออก เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหาย
- แปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ
- สำหรับรีเทนเนอร์แบบติดแน่น ควรใส่ใจทำความสะอาดบริเวณรอบลวดและซอกฟันเป็นพิเศษ
- เข้ารับการตรวจติดตามตามนัด เพื่อประเมินสภาพรีเทนเนอร์และตำแหน่งฟัน
- หากรีเทนเนอร์แตก หัก หลวม หรือใส่ไม่พอดี ควรติดต่อทันตแพทย์ ไม่ควรดัดหรือซ่อมแซมเอง
รายละเอียดค่าบริการ
รีเทนเนอร์ลวด
เริ่มต้น 4,000 บาท / คู่
รีเทนเนอร์ใส
เริ่มต้น 5,000 บาท / คู่
รีเทนเนอร์โลหะ
แบบโลหะ มีให้เลือก 2 แบบ ธรรมดาและแบบติดแบล็กเก็ต
6,000 บาท – 10,000 บาท / คู่
ราคาขึ้นอยู่กับชนิดและวัสดุของรีเทนเนอร์
ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของทันตแพทย์